บทที่ 6 ข้อเสนอ
ร่างบางมองเห็นมือแกร่งที่กำแน่นจนสั่นเทา แน่นอนว่าเธอเองก็เห็นอดีตคนรักของชายหนุ่มเดินเคียงคู่มากับอดีตเพื่อนรักของชายหนุ่ม ซึ่งเธอเองก็เคยเห็นผ่านตาบ้าง ร่างกายสั่นไหวเบา ๆ ของชายหนุ่ม บ่งบอกได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใน ที่ต่อให้เขาพยายามที่จะปกปิดแค่ไหน แต่ก็ยังคงมีร่องรอยความปวดร้าวออกมาให้เธอได้เห็น
“ท่านประธานคะ” เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้อคินภัทรได้สติ พยายามเก็บความรู้สึกไว้ภายในก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“งานที่สั่งเรียบร้อยดีไหม ? ”
“เรียบร้อยดีค่ะ จริงสิคะ ท่านประธานช่วงบ่ายวันนี้คุณไม่มีธุระอะไร คุณช่วยไปที่ที่หนึ่งกับฉันได้ไหมคะ ? ” คำร้องขอหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มนึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่กระนั้น เขากลับตามใจเธอเสียอย่างประหลาด
ไม่นานนักร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวก็อยู่ในชุดออกกำลังกาย มีไม้เทนนิสที่เธอจัดแจงเช่ายืมมาให้กับเขา
“นี่มันอะไรกันเนี่ย”
“จะอะไรอีกล่ะคะ ก็พาท่านประธานมาระบายความเครียดนะสิคะ”
“คุณให้ผมมาอยู่ในชุดนี้ ก็คงไม่ต้องเรียกผมว่าท่านประธานแล้วล่ะมั้ง” คำต่อล้อต่อเถียงของประธานหนุ่มทำให้เลขาสาวเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ก็ถ้าไม่ให้เรียกท่านประธาน งั้นจะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะคะ”
“เรียกกองทัพ หรืออคินภัทรก็ได้ตามใจคุณ” เขาตอบเสียงเรียบหมุนไม้ตีเทนนิสในมืออย่างให้ความสนใจ
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยไหมคะ ถ้าใครแพ้เป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารเย็นวันนี้” คำท้าทายของหญิงสาวทำให้เขาตอบตกลงทันที
ความเครียดถูกระบายออกด้วยการออกกำลังกาย สองหนุ่มสาวผลัดกันตีลูกเทนนิสไปมากลายเป็นเขาเองที่รู้สึกเริ่มอ่อนล้า
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะชอบออกกำลังกาย” เขาพูดด้วยเสียงเหนื่อยหอบพร้อมหกับเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาตามใบหน้า
“ก็มีบ้างค่ะ เวลาเครียด ๆ หรือรู้สึกอยากระบาย” เธอตอบพร้อมกับซับเหงื่อ แว่นที่เธอสวมถูกถอดออกเพื่อทำความสะอาดนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวอย่างแท้จริง อคินภัทรตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะก่อนจะได้สติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงของเธอ
“เอาเป็นว่าอาหารเย็นมื้อนี้ ฉันขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณเองนะคะ”
“ได้ยังไง คุณอุตส่าห์พาผมมาทำอะไรสนุก ๆ ผมต้องเป็นคนเลี้ยงคุณสิ”
“ให้ฉันเลี้ยงคุณดีกว่านะ รับรองว่าอร่อยแน่ ๆ” รอยยิ้มและแววตาที่ส่งมาให้เต็มไปด้วยความจริงใจและสดใจอย่างที่เขาไม่เคยได้เห็นมาก่อนจากผู้หญิงที่ผ่าน ๆ มา
“ฮึ ! ฉันก็นึกว่าคินจะมีรสนิยมที่ดีกว่านี้เสียอีก” ทันทีที่ลลิตาก้าวเข้ามาในห้องน้ำก็ต้องได้ยินเสียงเหน็บแนมของใครบางคน นางแบบสาวกอดอกยืนมองสาวแว่นตรงหน้าอย่างไม่วางตา
“คุณเกรซ” เธอยิ้มให้อย่างเป็นมิตรกับนางแบบสาวคนสวย
“เธอน่ะ มั่นใจเหรอว่าจะมัดใจคนอย่างคินอยู่”
“อะไรกันคะ คุณเกรซคงเข้าใจผิดแล้วล่ะคะ ฉันกับท่านประธานไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ นอกจากเจ้านายกับลูกน้อง”
“ฮึ ! คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ ? ”
“คุณเกรซคะ สิ่งที่ฉันพูดคือความจริง จะเชื่อหรือไม่ก็คงต้องแล้วแต่คุณแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นก่อนจะเดินหนีไป ปล่อยให้นางแบบสาวได้แต่เก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ก่อนที่หล่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป ลลิตาได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ออกมาดูท่าว่ารอบกายของชายหนุ่มคงมีหญิงสาวมารายล้อมไม่ขาดสายสินะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร ในเมื่อเขาทั้งรูปหล่อ แถมยังทำงานเก่ง
“ลิตาเอ้ยลิตา อย่าไปวาดฝันอะไรให้ไกลนักเลย” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบจัดการอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
อีกฝากฝั่งหนึ่งของโซนยุโรป ร่างสูงโปร่งของอชิรวิชญ์กำลังพูดสายกับปลายทางอย่างตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน
“จริงเหรอครับคุณแม่ นี่พี่กองทัพได้เลขาที่ทำงานถูกใจแล้วเหรอครับ ! ผมรู้แล้วครับ อีกไม่กี่เดือนผมก็กลับแล้วครับ คิดถึงนะครับ โอเคครับ ถ้างั้นผมวางนะครับแม่ไว้ผมจะโทรหาแม่ใหม่นะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ หลังจากวางสายไปเขาก็ต้องหันไปสนใจกับงานที่ได้รับมอบหมาย การฝึกงานในโรงแรมอีกไม่นานก็จะสิ้นสุดลง คราวนี้เขาจะได้กลับไปตามหาใครบางคนเหมือนกันเขาเองก็ชักอยากจะเห็นเลขาคนล่าสุดของพี่ชายแล้วสิว่าเป็นแบบไหน แต่ดูท่าว่าคงจะเก่งไม่น้อย ถึงได้ผ่านด่านของพี่ชายเขาไปได้
ร่างสูงโปร่งของอคินภัทรหมุนเก้าอี้หันกลับมามองเพื่อนรักถามด้วยความสงสัย
“แกว่ายังไงนะ ? ”
“ฉันบอกว่า ฉันอยากให้คุณลลิตามาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรงแรมของเรา”
“แกมันบ้า นั่นมันเลขาฉันนะเว้ย”
“ก็ใช่น่ะสิ ยิ่งเป็นเลขาแกด้วยแล้วก็ยิ่งรู้ว่าแนวทางของเราต้องการให้สื่อไปทางไหน ที่สำคัญนะเว้ย คุณลลิตาเองก็ยังไม่เคยทำงานแบบนี้ นี่ถ้าออกมาอย่างที่หวัง นอกจากโปรโมทโรงแรมแล้ว คุณลิตาเองอาจจะยิ่งเป็นที่รู้จักได้เลยนะเว้ย แกคิดดี ๆ งานนี้มีแต่ได้กับได้ นอกจากจะลดต้นทุนเรื่องค่าตัวนางแบบแล้ว เลขาแกเองบางครั้งยังต้องคอยรับลูกค้า ก็เท่ากับเป็นหน้าเป็นตาให้บริษัทเลยนะ”
“แล้วถ้าผลออกมาไม่ใช่อย่างที่แกหวังล่ะ งบประมาณอาจจะสูญเปล่าก็ได้”
“นี่แกไม่เชื่อสายตาผู้จัดการฝ่ายการตลาดอย่างฉันเหรอวะ ว่างานนี้ เลขาของแกนั่นแหละเหมาะสมที่สุดแล้ว”
“ไม่รับปากเว้ย แกก็ต้องไปถามเจ้าตัวเขาเอง แต่ร้อยทั้งร้อย ฉันคิดว่าเขาปฏิเสธข้อเสนอของแกแน่นอน” อคินภัทรมั่นใจในคำตอบของตัวเอง
“ได้ ถ้าฉันตื้อคุณลิตาได้สำเร็จ แกต้องรับปากว่าแกห้ามมาขวางการทำงานของฉัน” ภูผาเองก็ยื่นข้อเสนอให้กับเพื่อนรักเช่นกัน
“แต่ถ้าเธอปฏิเสธแกก็ล้มเลิกความคิดพวกนี้เสีย แล้วก็อย่ามาวุ่นวายกับคนของฉันอีก”
“ตกลง”
